เงินไหลทะลักนับแสน! ตู้เอทีเอ็มแบงก์ดัง กด 3 พันได้ 3 หมื่นแห่กดเพียบ

เงินทะลักนับแสน! ตู้แบงก์ไทยพาณิชย์สาขาระนอง กด 3 พันได้ 3 หมื่นแห่กดเพียบ ตาดระบบขัดข้อง ผู้จัดการแจ้งปิดระบบทันที วอนใครกดเกินให้นำเงินมาคืน

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองระนอง รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีว่า ระบบตู้เอทีเอ็มธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาระนอง ถ.ท่าเมือง ต.เขานิเวศน์ อ.เมืองระนอง จ.ระนอง เกิดปัญหาเงินทะลักออกจากตู้เอทีเอ็มจำนวนมากกว่าเงินที่ต้องการกดจริง เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา

จึงรีบสั่งการให้ เจ้าหน้าที่สายตรวจชุดป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม เร่งรุดเข้าตรวจสอบเหตุ พร้อมประสานงานกับทางผู้บังคับบัญชา และประสานงานกับผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์สาขาระนอง เพื่อดำเนินการแก้ไขปิดระบบการใช้งานทันที

ที่เกิดเหตุ เป็นธนาคารไทยพาณิชย์ ตึกอาคารที่ทำการธนาคาร 3 ชั้น ชั้นล่างสุดมีตู้เอทีเอ็มจำนวน 2 ตู้ ตั้งอยู่ริมถนนท่าเมือง ย่านกลางเมืองระนอง ยังปรากฏมีประชาชน เดินทางมาใช้บริการกันต่อเนื่อง โดยตู้เอทีเอ็มเครื่องแรกที่รับถอนและโอนเงินปิดระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หน้าจอตู้เอทีเอ็ม ขึ้นข้อความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษว่า ขออภัยขณะนี้เครื่องปิดบริการชั่วคราว

ซึ่งพนักงานร้านอาหารที่อยู่ข้างธนาคารและเห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า มากดเงินที่หน้าธนาคารเหมือนกัน โดยฝากเงินใส่เข้าไป 300 บาทแล้วสามารถกดเงินออกมาได้ 3,000 บาท โดยมีคนมาใช้บริการไปแล้วนับ 10 ราย แต่ไม่ทันสังเกตทั้งหมด เพราะต้องทำงานไปด้วย แม้ระบบตู้เอทีเอ็มเครื่องแรกที่เกิดปัญหาจะปิดระบบไปแล้ว แต่ยังมีกลุ่มวัยรุ่นที่รู้ข่าวเข้ามาทดลองใช้บริการกัน บางคนเอาเสื้อคลุมศีรษะแต่ไม่นานก็กลับออกไป

© Matichon ภาพประกอบข่าว
ในส่วนของประชาชนพลเมืองดีชาวระนอง ที่มาใช้บริการในครั้งแรกเดินทางไปที่ สภ.เมืองระนอง เพื่อไปพบกับ ร.ต.ท.จิตติณ ภักดีโชติ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองระนอง เพื่อมาลงบันทึกประจำวันถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น และเกรงจะได้รับความเสียหาย จึงขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

โดยทุกคนกดเงินออกจาตู้เอทีเอ็มธนาคารไทยพาณิชย์สาขาระนอง เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา มียอดเงินแตกต่างกัน บางคนกด 2,700 บาท ได้เงินมา 27,000 บาท อีกคนกดถอนเงิน 1,200 บาท ตู้เอทีเอ็มจ่ายเงินออกมา 12,000 บาท ซึ่งผู้ที่เดินทางไปกดเงินในช่วงเกิดเหตุพูดคุยกันว่า ช่วงเวลาประมาณ 20.30 น. ไปต่อแถวกดเงินกัน 4 คน พอกดเงินออกมารู้ทันทีว่าไม่ใช่แล้ว ครั้งแรกคิดว่าระบบตู้เอทีเอ็มคงขัดข้อง

ด้าน ผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาระนอง กล่าวว่า ปัญหาที่แท้จริง เกิดจากวันนี้ที่ช่างธนาคารมาซ่อมตู้เอทีเอ็ม แต่ตั้งระบบอ่านค่าธนบัตรผิด ส่งผลให้บางคนกดมา 3,000 เงินออกมา 30,000 บาท แล้วไม่มั่นใจไปกดอีกรอบหนึ่ง กดออกมาได้ 60,000 บาท เลย และคนที่อยู่ในเหตุการณ์บอกว่า ตกใจ น้องบางคนกด 300 บาท ได้มา 3,000 บาทกด 500 บาท ได้มา 5,000 บาท ก็ตกใจกันทุกคน ก่อนจะรีบโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่เกิดเหตุทันที และโทรไปที่คอลเซ็นเตอร์สำนักงานใหญ่

ต่อมาผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์สาขาระนอง พร้อมพนักงานรีบเดินทางมาที่ สภ.เมืองระนอง ภายหลังจากส่วนกลางทำการปิดระบบตู้เอทีเอ็มที่เกิดปัญหาแล้ว ก่อนที่จะได้คุยกับกลุ่มพลเมืองดีที่เดินทางมาลงบันทึกประจำไว้ เพื่อให้ทราบถึงตัวบุคคลและยอดเงินที่ตู้เอทีเอ็มจ่ายเกินออกมา

ทั้งนี้มีการนับเงินสดธนบัตรใบละพันบาท จำนวนหลายหมื่นบาท ที่พลเมืองดีส่งคืนให้กับทางพนักงานธนาคารทันที ซึ่งรวมๆยอดที่ชาวระนองนำมาคืนเบื้องต้น 4 คน ยอดรวมแล้ว 94,000 บาท และยังมีอีกหลายบัญชีที่ถูกกดออกไปก่อนหน้า ซึ่งบางคนก็แจ้งความประสงค์ว่า จะมาคืนให้กับธนาคารในวันจันทร์ที่ 15 มิ.ย.นี้

นายอภิสิทธิ์ แซ่ขอ อายุ 33 ปี พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ได้คืนเงินจำนวน 19,000 บาท ให้กับทางเจ้าหน้าที่ธนาคารและรับเงินคืนที่กดจริง จำนวน 1,900 บาทแทน นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่าตนได้รับเงินสดเกินจากตู้มา 19,000 บาท จริง ตอนที่อยู่หน้าตู้ บอกกับบุคคลที่จะมากดเงินต่อว่าตู้เสีย มีความประสงค์ไม่อยากให้เงินในตู้หลุดออกไป และให้เค้าไปกดกับอีกตู้หนึ่งก่อน

แต่พอตนออกมาแล้ว ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าอะไรจะเกิดขึ้น ซึ่งทางผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์สาขาระนอง ยืนยันว่าปิดระบบตู้เอทีเอ็มแล้ว และได้ประสานไปคอลเซ็นเตอร์ธนาคารส่วนกลาง สำนักงานใหญ่ก็บอกว่าได้ปิดระบบแล้ว

โดยสลิปเงินที่ออกมาจากตู้เอทีเอ็มเป็นยอดที่ลูกค้ากดออกมาจริง แต่เงินที่ได้เกินออกมาจำนวน 10 เท่า ซึ่งผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์สาขาระนอง ได้ลงบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้เช่นกันรวมทั้งจำนวนยอดที่ได้รับคืนมาในช่วงหลังเกิดเหตุจากพลเมืองดีเป็นยอดเงินสุทธิ 94,000 บาท

ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นมาจากระบบคอมพิวเตอร์ภายในที่อ่านค่ากล่องใส่ธนบัตรด้านในตู้เอทีเอ็ม อ่านค่าผิด ซึ่งค่ากล่องเงินฉบับละ 1,000 บาท เครื่องอ่านค่ากล่องเป็น 100 บาท จึงทำให้เงินออกมาเกิน 10 เท่า สร้างความตกใจ และสร้างความแตกตื่นให้กับผู้ที่มากดเงิน พร้อมกล่าวทิ้งท้ายฝากถึงประชาชนใครที่กดเงินแล้วได้รับผิดไป ให้นำมาคืนธนาคารภายในวันจันทร์นี้ เพราะระบบธนาคารมีทั้งระบบรายงานตรวจสอบ เป็นลิสต์รายชื่อว่าใครมาเป็นผู้กดเงินออกไป อีกทั้งกล้องวงจรปิดที่ยืนยันตัวบุคคลอีกชั้นหนึ่ง

นายยงยุทธ์ พร้อมเพรียง อายุ 43 ปี พนักงานบริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส สาขาระนอง กล่าวว่า กดเงินเพียง 1,200 บาท แต่เงินออกมา 19,000 บาท ก่อนจะนำเงินที่เกินคืนให้กับทางเจ้าหน้าที่ธนาคารที่มารอรับและบันทึกรายชื่อผู้ที่ส่งเงินคืนแล้ว

เครดิตข่าวโดย: khaosod
เรื่องอื่นๆ

กรมที่ดิน

ก่อนหน้า